ไขความลับกระแสชาผลไม้ ที่ร้านดังใช้เป็นตัวชูโรง
ไขความลับกระแสชาผลไม้ ที่ร้านดังใช้เป็นตัวชูโรง
ไขความลับกระแสชาผลไม้ ที่ร้านดังใช้เป็นตัวชูโรง
เจาะลึกเหตุผลที่ชาผลไม้กลายเป็นเมนูยอดนิยม พร้อมวิเคราะห์จุดขายที่ทำให้ขายดี และต่อยอดได้จริง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากสังเกตแบรนด์ร้านชาจากจีน รวมถึงแบรนด์เครื่องดื่มจากต่างประเทศที่เข้ามาเปิดในไทย
สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดมาก คือการยก “เมนูชาใสและเครื่องดื่มชาที่ผสานผลไม้” ขึ้นมาเป็นภาพหลักของร้าน
แก้วเครื่องดื่มใส สีอ่อน เห็นชั้นของน้ำชาและเนื้อผลไม้ชัดเจน
กลายเป็นภาพจำของร้านชายุคใหม่
คำถามสำคัญคือ
อะไรคือเหตุผลที่เมนูในกลุ่มนี้สามารถเติบโตได้รวดเร็ว และถูกเลือกให้เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของแบรนด์
ภาพของเครื่องดื่มที่สื่อสารกับลูกค้าได้ทันที
เมนูชาใสและเครื่องดื่มแนวผลไม้มีจุดเด่นที่เห็นได้ตั้งแต่แรกมอง
- สีของเครื่องดื่มดูสะอาดและโปร่ง
- เห็นเนื้อผลไม้และชั้นของน้ำชาอย่างชัดเจน
- แทบไม่ต้องอธิบาย ลูกค้าก็เข้าใจลักษณะของรสชาติ
เมื่อภาพในแก้วสามารถสื่อสารได้ด้วยตัวเอง
เมนูจึงมีโอกาสถูกเลือกสั่งได้ง่ายกว่าหลายประเภท
แนวคิดจากร้านดังในจีนและต่างประเทศ
หากดูเมนูของร้านชาในจีนหรือแบรนด์ต่างประเทศรุ่นใหม่
จะพบว่าแบรนด์เหล่านี้มักลดความซับซ้อนของภาพเครื่องดื่มลง
แทนที่จะเน้นความหวานหรือท็อปปิ้งจำนวนมาก
พวกเขาเลือกสื่อสารความรู้สึก
- สด
- เบา
- สบาย
- และเข้ากับการดื่มในชีวิตประจำวัน
เครื่องดื่มชาที่ผสมผลไม้จึงถูกนำเสนอในฐานะ “ไลฟ์สไตล์ดริงก์” มากกว่าเมนูของหวาน
ทำไมเมนูประเภทนี้จึงเข้าถึงลูกค้าได้กว้าง
ลูกค้าจำนวนไม่น้อย เริ่มมองหาเครื่องดื่มที่
- ไม่หนักเกินไป
- ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น
- และไม่รู้สึกอิ่มเหมือนเมนูที่มีส่วนผสมของนม
เมนูชาใสและเครื่องดื่มชาที่มีรสชาติจากผลไม้
จึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น
ทั้งคนที่ดื่มชาเป็นประจำ และคนที่ไม่ค่อยดื่มชา
จุดแข็งที่ทำให้แบรนด์สามารถออกเมนูใหม่ได้ตลอด
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ร้านจากต่างประเทศเลือกใช้เมนูในกลุ่มนี้เป็นหลัก
คือความยืดหยุ่นในการพัฒนาเมนู
เพียงเปลี่ยนชนิดของผลไม้
ปรับชนิดของชา
หรือเพิ่มรูปแบบการเสิร์ฟ
ร้านก็สามารถสร้างเมนูใหม่ได้ทันที
โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ
มุมมองด้านระบบร้านที่หลายคนอาจมองไม่เห็น
เบื้องหลังความสวยงามของแก้วเครื่องดื่ม
คือการออกแบบระบบหลังบาร์
ร้านที่ขยายสาขาได้รวดเร็ว
มักเลือกเมนูที่
- ทำซ้ำได้ง่าย
- ฝึกพนักงานได้ไม่ยาก
- และควบคุมคุณภาพได้จากจุดเดียว
เครื่องดื่มชาแนวใสที่ผสมรสชาติจากผลไม้
จึงกลายเป็นเมนูที่เหมาะกับการขยายโมเดลธุรกิจในระยะยาว
แล้วร้าน Cafe ในไทยควรเริ่มต้นอย่างไร
สำหรับร้าน Cafe สาขาเดียว
การนำกระแสนี้มาใช้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสูตรที่ซับซ้อน
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
- การเลือกรูปแบบเมนูที่เข้ากับระบบเดิม
- การออกแบบขั้นตอนให้ทีมทำงานได้ลื่น
- และการวางโครงสร้างต้นทุนให้ควบคุมได้
เพราะเมนูที่ขายดีจริง
ต้องไม่สร้างภาระใหม่ให้หน้าร้าน
มุมมองจาก Synova
Synova มองว่า ความสำเร็จของเครื่องดื่มชารูปแบบใหม่
ไม่ได้เกิดจากรสชาติหรือภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการออกแบบวัตถุดิบและขั้นตอนการใช้งาน
ให้เหมาะกับการทำงานจริงของร้าน Cafe
ปัจจุบัน Synova มีผงชาพรีมิกซ์สำหรับเมนูแนวผลไม้
ให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่
- พีช
- สตรอวเบอร์รี่
- แอปเปิ้ล
- ลิ้นจี่
เพื่อช่วยให้ร้านสามารถพัฒนาเมนูในกลุ่มนี้ได้ง่าย
และรักษาคุณภาพของเครื่องดื่มให้สม่ำเสมอในทุกแก้ว
สรุป
กระแสเครื่องดื่มชาใสและเมนูชาแนวผลไม้
ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราวจากต่างประเทศ
แต่เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบเมนูที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า
และระบบการทำงานของร้านในระยะยาว

